2025-07-22 10:01:44
ขอแนะนำก่อนซื้อหลอดไฟต้องรู้อะไรบ้าง !!
💡ขั้วหลอดไฟแบบเกลียว
ขั้วหลอดแบบเกลียว ลักษณะของขั้วหลอดคือเป็นลักษณะเกลียวๆ ก็ต้องไปซื้อชนิดแบบที่เป็นเกลียวเหมือนกันเพื่อหมุนให้มันเข้ากันได้ เพราะถ้าเข้ากันไม่ได้ ก็ไม่มีทางที่ไฟจะสว่างได้
💡หลอด LED
หลอด LED เป็นหลอดไฟทางเลือกใหม่ คุณภาพสูง ตัวไส้หลอดนั้นไม่มีสารประหลอด หรือสารเรืองแสง จึงไม่มีการเผาไส้หลอด ทำให้ไม่เกิดความร้อน จุดเด่นคือ ปราศจากรังสี UV ช่วยถนอมสายตา ไม่เกิดอันตรายต่อผิวพรรณ กินไฟน้อย แต่ให้ความสว่างมาก และประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดไฟประเภทอื่น มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สูงสุดถึง 8,000-60,000 ชั่วโมง หรือประมาณ 5 ปี ขึ้นไป
💡วัตต์(Watt) คือ หน่วยวัดกำลังไฟฟ้าเป็นตัวบอกกำลังไฟที่ต้องใช้ของอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดนั้น เช่น หลอดไฟ 30 วัตต์แสดงว่ากินไฟ 30 วัตต์
💡ลูเมน(Lumen) คือ หน่วยวัดความสว่างของหลอดไฟ เช่น หลอดไฟ 10 วัตต์ ให้ความสว่าง 120 ลูเมน แสดงว่าหลอดไฟดวงนี้ให้ความสว่าง 120 ลูเมน
✨ หลอดไฟนั้นมีหลายประเภทที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการใช้หลอดไฟก็จะมีความแตกต่างกันตามสถานที่การใช้งานเพื่อให้ห้องเกิดแสงสว่างที่เพียงพอต่อความต้องการ คุณสามารถอ่านรายละเอียดการซื้อหลอดไฟได้จากข้างกล่องผลิตภัณฑ์เพื่อประกอบในการตัดสินใจซื้อได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่
" แสงหลอดไฟ " เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน
ก่อนที่เราจะไปรู้จักกับแสงของหลอดไฟว่าแต่ละแสงนั้นเหมาะกับนำไปใช้ติดตั้งกับห้องแบบใดจึงจะทำให้คุณรู้สึกสบายตาและใช้งานได้ดี เราจึงควรทราบถึงที่มาของแสงเหล่านี้กันก่อนว่ามาจากอะไร ทำไมถึงมีแสงที่แตกต่างกัน ซึ่งแสงของหลอดไฟ นั้น ในศัพท์ทางเทคนิคมักจะเรียกว่า อุณหภูมิของสี ที่มีหน่วยเป็น องศาเควิน (K) และยิ่งอุณหภูมิต่ำมากเท่าไหร่แสงไฟก็จะออกมาเป็นสีโทนร้อนที่เข้มขึ้นมากเท่านั้น เช่น สีส้ม และสีเหลือง แต่หากเป็นอุณหภูมิสูงแสงไฟก็จะไล่มาเป็นสีโทนเย็น เช่น สีฟ้า สีขาว ตามค่าองศาเควิน
ปัจจุบันจึงได้มีการแบ่งอุณหภูมิของแสงหลอดไฟออกเป็น 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ วอร์มไวท์ (Warm white) คูลไวท์ (Cool white) และเดยไลท์ (Daylight) งั้นเรามาดูไปพร้อม ๆ กันดีกว่าว่า แสงของหลอดไฟในข้างต้นมีลักษณะเป็นอย่างไร และเลือกใช้งานอย่างไรจึงจะเหมาะสม
1. วอร์มไวท์ (Warm white)
เป็นแสงไฟที่จะมีอุณหภูมิสีต่ำกว่า 1,000 K หรืออยู่ในช่วง 1000-,3000 K ซึ่งจะให้แสงสีเหลืองเข้มไปจนถึงสีส้มที่ให้ความสว่างไม่มากนัก เพื่อเพิ่มความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย โรแมนติก หรือประดับตกแต่งห้องได้ดี มักนิยมใช้งานในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องอื่น ๆ ที่คุณใช้พักผ่อน
2. คูลไวท์ (Cool white)
คูลไวท์ เป็นแสงไฟที่อยู่ระหว่างวอร์มไวท์และเดยไลท์ โดยจะมีค่าอุณหภูมิสีประมาณ 4,000-5,000 K ที่จะให้แสงไฟเป็นสีขาวนวลกำลังดี ทำให้สบายตา รู้สึกมีชีวิตชีวาและยังเพิ่มการมองเห็นได้อีกระดับเพราะเป็นแสงที่ลดความส้มลง สามารถใช้ได้ทั้งห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น ไฟนอกบ้าน ไฟในสวน ฯลฯ
3. เดย์ไลท์ (Daylight)
เป็นแสงไฟที่มีค่าอุณหภูมิสีอยู่ที่ 6,000-9,000 K หรือมากกว่า 9,000 K ขึ้นไป เรียกได้ว่าเป็นแสงที่ให้ความสว่างมากที่สุดและติดสีอมฟ้าเล็กน้อย เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานในด้านเพิ่มการมองเห็นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น นิยมนำไปติดตั้งตาม ห้องทำงาน ห้องสมุด ในสำนักงาน โรงพยาบาล สตูดิโอ เป็นต้น หากใครที่อยากรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ตื่นตัว กระฉับกระเฉงการติดหลอดไฟแสงเดย์ไลท์อาจตอบโจทย์มากที่สุด